ชายหนึ่งคนกับแลมเบรตต้าท้าพิสูจน์ถึงปางอุ๋ง

สวัสดีครับช่วงนี้ห่างหายกันไปนานหลังจากที่หยุดปีใหม่กันไปแล้วเพื่อนๆ หลายคนน่าจะออกไปท่องเที่ยวกันมาไม่น้อยใช่ไหมครับ แน่นอนครับว่าหลังจากกลับมาน่าจะมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะเล่าให้กับเพื่อนๆ อีกหลายๆ คนได้ฟัง

ผมมีบทความที่ได้ไปสัมภาษณ์คุณเต้ย หนึ่งในสมาชิกแลมเบรตต้าที่ใช้ lambretta ในการท่องเที่ยวมาแล้วจากดอนเมืองถึงแม่ฮ่องสอนหรือเหนือสุดของสยามประเทศ 1 ปีเขาใช้ระยะทางไปทั้งหมด 30,000 กิโลเมตร เรียกว่าคุ้มมากๆเรื่องราวจะเป็นอย่างไรถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันได้เลยครับบทความนี้อาจจะยาวสักหน่อยแต่ผมเชื่อว่าความสนุกทำให้ต้องอ่านเพลินอย่างแน่นอนครับ จากนี้ไปเป็นบทสัมภาษณ์ระหว่างผมกับคุณเต้ย ที่จะแทนตัวเองว่าพี่นะครับ

เรื่องราวการเดินทางของพี่เต้ยกับ-Lambretta-คู่ใจสู่แม่ฮ่องสอน

คร่าวๆ ปีแรกที่ออกรถมาก็ขี่ออกทริปคนเดียว ไปเจอกับกลุ่มแลมเบรตต้า เขาตามพี่ไปที่หลังพี่ไปนอนก่อนคืนนึง พอเจอกันก็ชวนกันถ่ายรูป จนพี่ไปปิล็อกมาอีกรอบขี่ Lambretta V125 ไป สามหมื่นหลุมก็สามหมื่นหลุมเถอะ โช้คเดิมเอาอยู่

ขี่แลมเหมือนขี่ม้า ขี่เวสป้าเหมือนขี่ลิง

มีสุภาษิตอยู่คำนึงของคนเล่นรถเก่าสมัยก่อนเป็นคำถากถางแปลมาจากภาษาอิตาลี “ขี่แลมเหมือนขี่ม้า ขี่เวสป้าเหมือนขี่ลิง” อันนี้คนที่ชอบแลมเบรตต้าคือพวกเด็ก Mod อังกฤษ หรือยุโรป เขาจะพูดหยามกัน จนเวสป้าเขาสวนกลับมาว่า “ขี่แลมกินหญ้าขี่เวสป้ากินกล้วย” มันก็เป็นคำพังเพยเอาไว้ล้อเลียนกัน

กลับมาเรื่องที่เพิ่งไปเที่ยวมา หลังจากที่ผ่านทริปแรกไปก็เข้าใช้บริการศูนย์ Lambretta AllRide สาขาแจ้งวัฒนะ ตอนนั้นที่พี่ไปอีต่องซ้อนสองแล้วมีสัมภาระมันขึ้นไหว แต่รอบนี้มันไม่ไหวพี่คิดว่าน่าจะเกิดจากที่พี่ใช้งานหนักด้วย เลยสังเกตอาการแล้วก็อยากแน่ใจว่ารถสามารถออกทริปได้หรือไม่ บวกกับพี่ได้รางวัลกางเต๊นท์ของไบค์แคมป์เขาให้ที่พักฟรี ก็เลยลองออกทริปก่อนจะเดินทางจริง คือเสาร์-อาทิตย์ก่อนขึ้นเหนือพี่ก็เลยไปที่โคราช เขายายเที่ยงก่อน

ไปวอร์มมือก่อนออกทริปจริง

ใช่ๆ ครับไปวอร์มก่อน พี่เองเคยไปรอบนึงและแต่รอบแรกเอารถยนต์ไปพอดีน้องที่รู้จักให้พี่ไปหาจุดแลนด์มาร์คมุมที่จะถ่ายรูปต่างๆ ที่นี้พี่เองก็อยากขี่มอเตอร์ไซค์มาก น้องเขาก็เลยให้รางวัลที่พักฟรีมา ก็เลยขี่กันไป ออกจากรุงเทพประมาณ 10 โมง ถึงเขายายเที่ยงประมาณบ่าย 2-3 แต่ก็มีอุปสรรคจนได้คือกระเป๋าเงินหายที่สระบุรี

อ้าวหายหมดเลยใช่ไหมครับ?

 หายหมดเลยๆ (ฮ่าฮ่า หัวเราะขณะเล่า) แต่โชคดีตรงที่วันศุกร์ก่อนเดินทางพี่ไปบ้านแม่มาก่อน แล้วพี่ทำบัตรประชาชนหล่นไว้ที่หน้าบ้านแม่ ดีนะที่หล่นที่บ้าน ถ้าหายทำอะไรไม่ได้เลยจะต้องไปทำบัตรประชาชนใหม่ถึงจะทำบัตรอื่นๆ ได้ สมุดบัญชียังอยู่กับเราแต่กระเป๋าเงินหายในนั้นมันจะมีใบเสร็จต่างๆ ที่จ่ายไปแล้วก็รูปโพลารอยด์

พี่เพิ่งซื้อกล้องโพลารอยด์ตัว instax mini 11 มาเพิ่งถ่ายรูปโพลารอยด์กับรุ่นน้อง ในกระเป๋าเงินมีรูปประมาณ 4-5 ใบเสียดายมาก พี่น่าจะทำหล่นช่วงสระบุรี แก่งคอย ตังก็ไม่มี แอพพลิเคชั่นก็ไม่มีเพราะโทรศัพท์ที่มีแอพมันจมน้ำตอนที่ไปรับงานถ่ายสปีดโบ๊ท

  กลับมาที่เรื่องเที่ยวต่อ ตอนนั้นก็ไปวอร์มที่เขายายเที่ยงขี่มันส์มาก ถนนสวยขี่ดี แต่ถนนมิตรภาพรถติดตลอดทาง พี่วิ่งช่องทางขวาบ้าง ซ้ายบ้าง วันนั้นพี่ขี่แลมเบรตต้าไปกับเวสป้าอีกคันนึง ฮอนด้าคลิกอีกคันนึง โอเควอร์มผ่านบิดคันเร่งแช่เลยนะ

   เอ่อ !! บอกก่อนแลมเบรตต้ารถโคตรทนตอนไปโคราชพี่ขี่แช่เลยนะความเร็วประมาณ 100 +- ไม่มีปัญหาอะไรเลย จะแช่ 50 กิโลเมตร หรือจะ 100 กิโลเมตรก็ได้แต่คงไม่มีทางหรอกที่จะแช่แบบนั้นเพราะว่าบางทีเจอโค้งก็ต้องผ่อน หรือบางทีเราเองที่เหนื่อยก็ต้องมีจอดแวะบ้าง โดยรวมพี่บอกเลยไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนเลยถือว่าผ่าน พร้อมสำหรับการเดินทาง

แล้วพี่มีการเตรียมตัวก่อนเดินทางยังไงบ้างครับ?

  มาถึงการเตรียมตัวกันบ้างพอเราวางแผนการเดินทางแล้วทีนี้พี่ก็กินตุน นอนตุน แล้วออกกำลังกายบ้าง กินตุนคือกินให้พอมีแหล่งพลังงานเวลาขี่รถ กินแล้วนอน จนถึงวันออกเดินทาง วันที่ 29 ธันวาคม 63 ออกเดินทางช่วงบ่าย หลังจากทำงานเสร็จก็ขี่แลมเบรตต้ากลับมาที่บ้านเอาสัมภาระที่เตรียมไว้ทั้งหมดขึ้นแลมเบรตต้า แต่ปีนี้เตรียมไปน้อยเพราะไปครั้งที่สองรู้และว่าอันไหนไม่สำคัญ เอาชุดไปเท่าที่จำเป็น ปีนี้เอาไปเผื่อแต่ก็ยังเหลือ 2 ตัวที่ไม่ได้ใส่ เพราะเราพยายามใส่ซ้ำเอาใช้ให้น้อยเลอะให้น้อย เรียกง่ายๆ ว่าอยู่กับที่ให้เยอะขึ้น พอถึงเวลาออกเดินทาง พี่เอาของทุกอย่างขึ้นรถเสร็จร้านขายอาหารข้างบ้านก็ถามพี่

 ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างบ้านถามไปไหนอีกเต้ย” 

พี่ก็บอกไปว่า “อ๋อไปแม่ฮ่องสอนครับ” 

 แม่ค้า :เฮ้ย !! เพิ่งจะกลับมาเองไปอีกแล้วหรอคราวนี้ไปกี่วันเนี่ย 

เต้ย : อ๋อไปประมาณ 7 วันครับฝากบ้านด้วยนะครับ 

แม่ค้า : เดินทางดีๆ 

ยายข้างบ้านที่เพิ่งย้ายมา : คันนี้อ่ะนะจะไปแม่ฮ่องสอน แล้วเอาไปยังไงล่ะขึ้นรถไฟไปหรอ 

เต้ย : เปล่าครับยายขี่ไปจากกรุงเทพฯเลยครับ

แม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยว : มันก็แบบนี้แหละวันหยุด หยุดที่ไหนล่ะถ้าเห็นมันเอาลังขึ้นรถเมื่อไหร่ไปหลายวันแน่นอน ก็แค่ดูบ้านให้มันแค่นั้นแหละ (ฮ่าๆๆ) 

การเดินทางจึงเริ่มต้นขึ้น พี่ออกจากบ้านโดยขี่ผ่านเส้นทาง สายติวานนท์ออก หอวังนนท์ แยกสวนสมเด็จเลี้ยวขวา แล้วก็ไล่ไปจนถึงอยุธยา เติมน้ำมันปั๊มแรกที่บ้านไร่ปลายนา ที่อยุธยา หลังจากเติมน้ำมันเสร็จก็ขับไปเรื่อยจากอยุธยาไปอ่างทอง สิงห์บุรีจนถึงนครสวรรค์ ระหว่างขี่ก็มีขี่เล่นกับลาล่ามูฟบ้างจนถึงปั๊มเลยได้สอบถามเขาทำให้ได้รู้ว่าเขากำลังจะกลับบ้านเหมือนกัน บ้านเขาอยู่ที่นครสวรรค์ เขาเพิ่งออกมาจากแถวธรรมศาสตร์

    พี่ก็เติมน้ำมันปั๊มนั้นเป็นปั๊มที่ 2 หลังจากออกปั๊มที่ 2 ก็เจอกับ Vespa Super มากับ nmax ขี่สวนกันไปกันมาโบกมือทักทาย จนเลยนครสวรรค์แล้วไปเช็คอินที่ไหนสักที่นึงพี่จำไม่ได้ละ แล้วเพื่อนก็ทักมาว่า  “ปีนี้แกต้องมานอนที่นครสวรรค์ให้ได้นะ ปีนี้เราต้อนรับแกเต็มที่เลย“  แต่ตอนที่มันทักมา พี่เลยนครสวรรค์ไปแล้ว (ฮ่าๆ) เราจะเข้ากำแพงเพชรขี่จนไปสุดที่ตาก ตอนนั้นใกล้ๆ เวลา 18:00 น แล้ว ก็เลยแวะพักนิดหน่อย ไมเกรนก็ขึ้นเพราะอากาศหนาวมาก  

ขี่แลมเบรตต้าเข้าสู่เส้นอยุธยา

หนาวกว่าปีที่แล้วอีกหรอครับ?

   หนาวกว่าปีที่แล้วมากพี่ใส่ถุงมือครึ่งนิ้วเพราะคิดว่าอากาศน่าจะร้อน เสื้อคลุมก็เป็นเสื้อผ้าร่ม ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 18-19 องศา ตอนขี่เหมือนมีคนเอาพัดลมงานวัดมาเป่าพร้อมกันหลายๆ ตัวหนาวมาก แล้วก็ออกจากตรงจุดบริการประชาชนประมาณก่อน 18:00 น แวะเติมน้ำมันอีกทีที่ปั๊ม PT ก่อนจะออกจากจังหวัดตาก เพื่อที่จะไป อ.เถิน

เวลาเกือบ 19:00 น. น้ำมันเหลือประมาณครึ่งถังจากตอนที่เติมตรงปั๊ม PT ก่อนจะออกจากตากกะจะจอดเติมน้ำมันที่ อ.เถิน แต่ก็ไม่ได้เติม เพราะอีกแค่ 50 กิโลเมตรก็จะถึงอำเภอสบปราบ ตำบลแม่กัวะ ประมาณ 20:00 น เราก็เห็นริบหรี่ๆ เป็นจุดบริการประชาชน ตอนนั้นน้ำมันกระพริบเพราะจะถึง 175 กิโลเมตรแล้วน้ำมันกำลังจะหมดถังก็เลยจอดถามจุดบริการประชาชนว่า “พี่ปั๊มข้างหน้าอีกไกลไหม” เจ้าหน้าที่ก็บอก “โอ๊ย ! อีก 30 กว่ากิโลเมตร”  เราก็คิดและว่าน้ำมันที่เหลืออยู่จะถึงหรือเปล่า พี่เขาก็แนะนำว่าให้ย้อนไปไม่ถึง 5 กิโลเมตร แต่ด้วยความที่ว่าเราไม่ชอบย้อนในเมื่อเราเดินทางมาข้างหน้าแล้วพี่ก็ถือคติว่าถ้าย้อนไปมันไม่มีผลดี ถ้าย้อนไปเหมือนมีเรื่องอะไรที่จะต้องย้อนกลับมาหาเรา… 

อากาศก็เริ่มเย็น ตอนนั้นจาก 18 องศา ลงมาจะ 16 องศาแล้ว ทางจุดบริการประชาชนเขาก็ก่อไฟแล้วที่โต๊ะพี่ก็เห็นเขามีลาบเลือดพี่ชอบกินมาก (ลากเสียงยาว) เขาก็เลยชวนกิน กินเสร็จก็มีน้ำสีใส แก้หนาว ก็คือตอนนั้นไม่ไปไหนแล้วอ่ะอีกประมาณแค่ 35 กิโลก็ถึง อ.เกาะคา ตอนแรกจะไปขออาศัยบ้านลูกน้องนอนแต่ไม่ได้ไปเพราะติดอยู่ที่จุดบริการประชาชน พี่เขาที่จุดบริการประชาชนดูแลดีมากมีทั้งลาบหมู มาม่า กาแฟ

จุดตรงนั้นเป็นจุดบริการประชาชนใช่ไหมครับ

 

จริงๆ มันเป็นจุดป้องกันอันตราย ในช่วงเทศกาล 7 วันอันตราย มันก็ไม่เชิงเป็นจุดบริการหรอกแต่เผอิญเขามี อปพร มีเจ้าหน้าที่เทศบาลมา พี่เลยแวะพักและนั่งคุยกับเขา ที่จุดบริการก็มีที่ชาร์จมือถือและอากาศก็หนาวมากตอนนั้นเวลาประมาณ 21:00 น. ที่จุดบริการมีโซฟาให้เอนหลัง แต่ไม่มีที่นอนนะก็เลยถามพี่เขาว่า “จากแม่กัวะไปเกาะคาถึงขุนตาลก่อนไหม” พี่เขาก็บอกถึงขุนตาลก่อน  เราก็คิดว่ามันต้องหนาวแน่ๆ เพราะมันต้องขี่ผ่านช่องเขาขุนตาลไป ทางขึ้นมันเป็นหลายเลนแล้วถนนไหล่ทางมันไม่ดี พี่จำได้เพราะปีที่แล้วพี่ขึ้นไปช่วงเช้า ก็กลัวว่าถ้าไปตอนนี้มันจะอันตรายก็เลยถามเจ้าหน้าที่ว่า ตรงนี้ผมขอกางเต็นท์ได้ไหม  พี่เขาก็ให้กางได้ พอกางเสร็จพี่ดันนอนไม่หลับกินกาแฟไปเยอะเกินเลยนอนเล่นโทรศัพท์ไปมาๆ เที่ยงคืนก็แล้วตีหนึ่งก็แล้ว 

จุดบริการประชาชน

หลังจากนั้นก็เริ่มหลับแต่ก็ยังหลับไม่สนิทมีหลับๆ ตื่นๆ บ้าง จนถึงเวลา 05:00 น. ออกจากเต็นท์มาได้อากาศตอนนั้นเย็นกว่าเดิม เท่าที่ดูโทรศัพท์อุณหภูมิไม่ 16 ก็ 14 องศาแล้ว เย็นมากจนต้องออกมานั่งผิงไฟข้างนอก กินกาแฟรอเวลาให้พระอาทิตย์ขึ้น พอพระอาทิตย์ขึ้นใกล้ๆ ประมาณเวลา 7:00 น. ก็เลยขอตัวลาพี่เจ้าหน้าที่เพื่อเดินทางต่อไปอำเภอเกาะคา ตอนนั้นเริ่มหิวข้าวเช้ามากๆ น้ำมันที่เหลืออยู่จากเมื่อคืนวิ่งไปถึง อ.เกาะคาได้

จากจุดบริการประชาชนถึง อ.เกาะคา กี่กิโลครับ?

 ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 35 กิโลแต่พี่ขี่ช้าๆ นะ ความเร็วประมาณ 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุด เพราะพี่เปิดฝาถังน้ำมันดูแล้วน้ำมันที่เหลือขี่ได้เกิน 20 กิโลเมตรแน่นอน แต่จะถึงเท่าไหร่ก็ไม่รู้ (ฮ่าๆ)

แต่เกินแน่นอนแล้วจะวิ่งได้กี่กิโลเมตร

  เกินแน่นอนเพราะน้ำมันปริมาณขนาดนี้พี่เคยขี่ทดสอบขับหมดถังมาแล้วว่าได้กี่กิโลเมตร คือจากที่น้ำมันกระพริบจะวิ่งได้ประมาณ 60 กิโลเมตร แต่ 60 กิโลเมตรนี่รถยังไม่ดับนะมันจะไหลไปได้เรื่อยๆ จนดับประมาณเกือบ 70 กิโลเมตร แต่ด้วยความเร็วที่ช้าบ้างเร็วบ้างเราก็เลยเลี้ยงความเร็วไว้เพื่อไม่ให้กินน้ำมันมากเกินไป

ขับไปจนถึงอำเภอเกาะคาหลังจากนั้นก็ได้เติมน้ำมันในหมู่บ้านอำเภอเกาะคา แล้วก็ขับขึ้นไปถึงเชียงใหม่เป็นเวลาประมาณเกือบๆ 10:00 น. จนได้ไปกินข้าวกับเพื่อนไอ้เราก็คิดว่าเพื่อนคนเหนือน่าจะต้องพาไปกินอาหารที่เป็นของเหนือแต่ดันพาไปกินอาหารใต้เฉยเลย (ฮ่าๆ)

ร้านข้าวแกงใต้อยู่ที่ภาคเหนือ

จากแม่โจ้ห่างจากบ้านเพื่อนพี่ประมาณ 30 กว่ากิโลเมตร เพื่อนพี่ก็บอกว่า มึงขับตามกูไม่ทันหรอกเดี๋ยวกูปัก GPS ไว้อีกทางนึง พี่เลยขี่ตามที่เพื่อนมันได้ปักเอาไว้แต่เหมือนเพื่อนมันปัก GPS หลอกเราอ่ะ บ้านมันอยู่บนเขาแม่แตง เพื่อนพี่ต้องไปส่งกุ้งส่งปลาหมึกตามทาง แล้วเพื่อนพี่บอกว่าให้พี่วิ่งเข้าทางเส้นแม่โจ้จะวิ่งง่ายกว่า ไม่ต้องเข้าเส้นแม่แตงเส้นนั้นรถมันติด เราขับตามที่เพื่อนปัก GPS เอาไว้ พอตอนขี่ตาม GPS ไปดันไปเจอคลองชลประทาน ขี่เข้าเจอไปในสวนชาวบ้านและหมู่บ้านเขาแบบงงๆ พี่ก็เลยโทรหาเพื่อนว่ามันอยู่ไหนแล้วทำไม GPS พากูมากลางป่า มันมีทางที่มอเตอร์ไซค์วิ่งได้นะแต่กลัวว่าวิ่งไปแล้วจะไม่มีทางให้ทะลุ สรุปบ้านเพื่อนพี่อยู่ใกล้ๆ คลองส่งน้ำแล้วก็หลังบ้านจะเป็นสวนหลายไร่

ทางเข้าบ้านเพื่อนแม่แตง
ทางเข้าบ้านเพื่อนแม่แตง2

พอถึงบ้านเพื่อนพี่ก็บ่นมันว่าพาไปไหน เพื่อนพี่ก็เลยบอกให้ไปอาบน้ำก่อน ตอนแรกพี่กะว่าจะวิ่งขึ้นไปปางอุ๋งเลยออกประมาณเที่ยงน่าจะถึงประมาณไม่เกิน 19:00 น.  แต่เพื่อนพี่ก็เลยบอกว่า ยังไม่ต้องไปหรอกวันนี้เขามีกินเลี้ยงกันเสี่ยท็อปเขาซื้อที่ใหม่ เพื่อนพี่ก็เลยชวนอยู่ด้วย แล้วก็ให้ไปส่งของเป็นเพื่อนระหว่างนั่งรถไปส่งของกับเพื่อน พี่ก็หาข้อมูลของปางอุ๋ง ไปเจอกระทู้ 1 เขาบอกว่าต้องจองล่วงหน้าก่อน 1 วันแล้วตอนนั้นที่พี่โทรเวลา 16:00 น.แล้ว

พี่เต้ยจะขึ้นไปวันนั้นเลยใช่ไหมครับ ?

ไม่ใช่คือมันเป็นเวลานอกราชการแล้วมันต้องโทรล่วงหน้าก่อนวันนึงถ้าเป็นพวกอุทยาน ที่นี้ด้วยความที่อยากจะไประหว่างที่เพื่อนพี่ส่งของอีกเจ้านึง พี่ก็เจอเบอร์ร้องเรียนอุทยาน พี่ก็เลยโทรไปหาเขา บอกเขาว่า 

 

เต้ย: พี่ครับผมมาจากกรุงเทพฯ ผมอยากจะพักที่ปางอุ๋งผมมามอเตอร์ไซค์คันเดียว ผมไม่มีที่พักผมอยากพักที่ปางอุ๋งมาก

เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า : น้องที่มันเต็มเขาจองกันถึงวันที่ 1 มกราคม 2564 เลยครับ

เต้ย : พี่ครับพี่ช่วยผมหน่อยนะครับ ปีที่แล้วผมมาผมก็ติดฝน 2 วัน ผมก็ขึ้นไปไม่ถึงปางอุ๋ง ผมอยากนอนที่นั่นมากเลยครับ 

เจ้าหน้าที่  : โอเคโอเคถ้างั้นพรุ่งนี้มาถึงที่ปางอุ๋งก่อนเที่ยงนะ 

เต้ย : ครับๆ พี่ได้ครับพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงนะครับ 

เจ้าหน้าที่ : เมมเบอร์พี่ไว้เลยนะ 

ตอนนั้นพี่ยังไม่รู้จักชื่อเขานะ พอคุยกับเจ้าหน้าที่เสร็จพี่ก็บอกเพื่อนว่าพี่ได้ที่พักแล้วเว้ย ตอนแรกเหมือนจะไม่ได้ก็มีเพื่อนหลายคนทัก inbox บอกมาว่าไม่เป็นไรพี่ พี่ไปนอนบ้านรักไทยก็ได้ แต่ใจพี่อยากนอนที่ริมทะเลสาบ ต่อให้นอนข้างถนนพี่ก็นอนได้แต่ขอให้พี่ได้หาวิธีทางก่อน

หลังจากส่งของเสร็จเพื่อนพี่ก็ชวนไปสวนเพื่อไปเอาไก่มาทำไก่อบฟาง พอได้ไก่มาก็นำไก่ไปให้เสี่ยท็อปเพื่อจัดการทำไก่อบฟางแล้วตัวพี่กับเพื่อนก็กลับมาบ้านก่อนเพื่อมาอาบน้ำแล้วกลับไปกินเลี้ยงอีกที 

  พอถึงที่จัดเลี้ยงหลายๆ คนก็ดีใจที่ได้เจอกันเพื่อนพี่ก็บอก.กันในกลุ่มว่าปีที่แล้วเต้ยก็มา แต่มาคันเดียวขี่ lambretta มาคนเดียว พี่ได้รู้จักน้องกอล์ฟ เขาเป็นคนในพื้นที่อมก๋อยน้องเขาชวนเราไปเข้าป่า ประมาณ 3-4 วันแล้วเขาจะหาอาหารป่าให้กิน เขาก็ตกปากรับคำ “ขอให้พี่มาแล้วเดี๋ยวผมจะหาของป่าให้พี่กิน ไปเที่ยวอมก๋อยพี่ไม่ต้องขับรถมาก็ได้ ให้เราไปเสพวิถีชีวิตแบบชาวบ้านที่เขาอยู่ “ พี่ก็คุยกันหลายเรื่องมากมายจนบทสนทนาไปตัดจบตอน 02:00 น. 

ตอนนั้นพี่เต้ยจำได้ไหมครับเริ่มคุยตั้งแต่กี่โมง?

เท่าที่จำได้พี่เริ่มคุยตั้งแต่ช่วง 19:00 น. จนจบ 02:00 น. กลับถึงบ้านเพื่อนพี่ตอนประมาณ 3:00 น. ตอนนั้นตั้งใจว่า 6 โมงเราต้องตื่น แล้วคืนนั้นหนาวมากอากาศเริ่ม 14 องศาหลังจากนั้นก็หลับไปอากาศหนาวมากทำให้ไม่อยากตื่นตอนนั้นพี่ตื่นมาตอน 05:00 น. แล้วนะแต่รู้สึกว่าขอนอนอีกหน่อยแล้วกัน 

พี่ลืมไปเลยว่าพี่ต้องขับรถไปให้ทันก่อนเที่ยงเพื่อเข้าปางอุ๋ง ตื่นมาอีกทีตอน 08:00 น. เช้า พอรู้ตัวว่าไม่ทันแน่เลยรีบเอาของขึ้นรถ ไม่อาบน้ำด้วยไม่ล้างหน้าไม่แปรงฟัน ใส่ชุดใส่หมวกกันน็อคแล้วก็รีบร่ำลาเพื่อนๆจะเดินทางไปปางอุ๋ง (รูปชี้ที่ป้าย)พอเห็นป้ายพี่ขนลุกมากไม่คิดว่าจะมาถึงเพราะตอนนั้นคือเมาก็เมาเหนื่อยก็เหนื่อย แถมแฮงค์ด้วย สภาพตอนนั้นยอมรับเลยว่าแย่มากๆ 

ขับรถแลมเบรตต้าไปจนถึงห้วยน้ำดัง มันจะมีจุดตรวจประชาชน เราเลยไปหาพี่เขาขอกินกาแฟ ตอนนั้นไมเกรนมาอีกแล้วเพราะอากาศหนาวเลยต้องกัดฟัน เราคิดอยู่ในหัวว่า หลายคนมากที่อยากให้เราไปหาเขา แล้วเราคำนวณเรื่องเวลาตลอด คำนวณว่าถ้าระยะทางภูเขาใช้เวลากี่นาทีหรือ 5 นาทีได้กี่กิโลเมตรคำนวณอยู่ในหัวหมดถ้าเพื่อนคนนี้นัดมาจะปฏิเสธดีไหมคิดอยู่ในหัวตลอด 

พี่เต้ยจำสิ่งที่ต้องทำได้อย่างไรครับ?

   พี่ไม่ได้จดพี่ใช้ความจำอย่างเดียว เพราะว่าเราอยากเอาใจเราไปอยู่กับสิ่งที่เราต้องการก่อน ถ้าเกิดสิ่งที่เราตั้งใจเอาไว้ตอนสำเร็จแล้วหลังจากนั้นเราจะเอาเรื่องราวพวกเนี้ยหรือเวลาที่เหลือไปแบ่งปันให้กับคนที่เขาอยากจะเจอเรา 

ระหว่างขี่ก็เจอผู้คนมากมายหนึ่งในนั้นก็เจอบิ๊กไบค์ที่ขี่มาเขาก็เข้ามาถามว่าพี่มาจากไหนพี่ก็บอกไปว่ามาจากดอนเมืองกรุงเทพฯ เขาก็ตกใจเพราะว่าขนาดขี่บิ๊กไบค์ยังเหนื่อยเลยแล้วพี่เดินทางมากี่ชั่วโมงแล้ว เราก็บอกเขาไปว่าถ้าเอาจริงๆ อ่ะออกมาตั้งแต่ 14:00 น. ถึงแม่กัวะลำปางตอน 20:00 น. บิ๊กไบค์คันนั้นก็อุทานว่าพี่ขับโคตรเร็วเลย 6 ชั่วโมง พี่ขี่ได้อย่างไร

เราคำนวณไว้ในหัวว่า 2 นาทีเราวิ่งได้ 3 กิโลเมตร แล้วเศษส่วนเราเอา 100 กิโลเมตรมาหาสัดส่วนใน 1 นาที ได้ 1.5 กิโลเมตร ในทุกๆ 2 นาทีเราจะได้ 3 กิโลเมตร แต่เราบิด 105 เราก็จะได้เศษส่วนมาอีก 5 กิโลเมตร ต่อ 1 ชั่วโมง พอแบ่งแล้วเราจะมีเวลาพักต่อชั่วโมงประมาณ 5-6 นาที โดยไม่ไปเบียดเบียนเวลาขับรถเพราะเราต้องเซฟเรื่องเวลาเอาไปชดเชย

ถ้าเราเติมน้ำมันเราจะหมดเวลาไปแล้ว 3 นาที เราต้องหาปั๊มที่คนน้อยและเติมได้เร็วที่สุดเพราะเรามีเวลาแค่ 3 นาทีในการเติมน้ำมัน แล้วเราจะเซฟเวลาได้อีก 2 นาที พอ 3 ปั๊มเราจะประหยัดเวลาไปได้อีก 6 นาที จากเวลาพักเดิมมีแค่ 5-6 นาทีเราก็จะมีเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 10 ถึง 15 นาที

สุดยอดเลยครับพี่เต้ยคำนวณได้อย่างไรครับ?

ด้วยที่เป็นทางราบเราเลยชินกับมันแล้ว แต่มันก็มีปัญหา เรื่องรถมันอืดตั้งแต่ 18,000 กิโลเมตรแล้ว ตอนนั้นคิดแค่ว่าถ้ามันจะพังขอให้มันพังคามือเราก่อนและขอให้อยู่ที่จุดที่เราอยากไปแล้วหลังจากที่พักห้วยน้ำดัง 

พักกินกาแฟกินมาม่าเรียบร้อยแล้ว พี่ก็ออกเดินทางต่อ ตอนนั้นเวลาประมาณ 10:00 น. เหลือระยะทางอีก 30 กิโลเมตรจากห้วยน้ำดังถึงปาย พอถึงปายแล้วจะมีสะพานประวัติศาสตร์ปาย เจอพี่แจ็คได้พูดคุยกันซักพัก ร่ำลาและเดินทางต่อไปจนถึงป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายแม่ฮ่องสอนเลี้ยวขวาปาย ที่เอาสติ๊กเกอร์ไปแปะ เอารูปไปโพสว่าคุณริทถ้าผมโดนจับผมจะบอกว่าคุณริทให้เอามาแปะนะ

อ.ปาย แปะสติ๊กเกอร์ AllRide

การเดินทางดำเนินต่อหลังจากแปะสติ๊กเกอร์เสร็จก็เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่แม่ฮ่องสอน มุ่งหน้าไปปางอุ๋ง…. 

   เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับการท่องเที่ยวของคุณเต้ยใน EP. แรกต้องบอกว่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้นะครับนี่แค่ขึ้นต้นเท่านั้นเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://lambrettaallridecom  ได้เลยครับรับรองว่า EP. ต่อไปนี้สนุกไม่แพ้กันอย่างแน่นอนและขอบอกไว้อีกหนึ่งอย่างสำหรับท่านใดที่อยากทดลองขับขี่ lambretta คันจริงสามารถทดลองขี่ได้ที่ lambretta AllRide ทั้ง 2 สาขารามคำแหง 146 และแจ้งวัฒนะสำหรับวันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อนติดตาม EP 2 กับเรื่องราวการเดินทางของคุณเต้ยได้เร็วๆนี้ขอบคุณครับ

ติดต่อสอบถามหรือพูดคุยกับเรา

inbox

LINE